HomeMain Menuการเมือง5 ปี รัฐประหาร งานนี้มีแต่ได้ !!

5 ปี รัฐประหาร งานนี้มีแต่ได้ !!

รัฐประหาร 19 กันยา 49ครบ 5 ปี การปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ประเทศไทย การเมืองไทย รวมถึงประชาชนชาวไทย ได้อะไรหลาย ๆ อย่างมากมาย อันเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ให้เป็นไปในแบบสากล อันเป็นที่ยอมรับในสังคมโลก  วันนี้ขอสรุปบทเรียนรอบ 5 ปี ว่าเราได้อะไรจากเหตุการณ์ 19 กันยา 49 มาดูกัน ...

 

1.การรัฐประหารได้ปลุกมวลชนจำนวนมหาศาลให้ตื่นขึ้น  มีการรวมตัวกันโดยอาศัยช่องทางอินเตอร์เน็ต(แม้ว่าห้องราชดำเนินพันทิพย์จะถูกปิดไป) ก่อเกิดกลุ่มมวลชนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐประหาร จำนวนมาก  จนต่อมาได้รวมตัวกันในนาม "คนเสื้อแดง" ซึ่งเป็นมวลชนที่มีพลังมหาศาลที่สุด และพร้อมต่อต้านรัฐประหาร เผด็จการทุกรูปแบบ(ทั้งแบบรถถัง แบบศาล แบบตั้งรัฐบาลในค่าย) โดยการเอาชีวิตเข้าแลกก็ไม่กลัว

2.ได้ "ตาสว่าง" มองเห็น "มือที่มองไม่เห็น" ที่บงการประเทศ เกาะกุมผลประโยชน์ อำนาจ มานาน  รวมทั้งกดขี่คนยากจน ให้ต้องพึ่งพา โหยหา ความเมตตา ช่วยเหลือ โดยที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตา อ้าปากด้วยตนเอง เรียกว่า โง่ จน เจ็บ กันต่อไป

3.ได้เห็นพรรคการเมืองเก่าแก่ ทิ้งหลักการประชาธิปไตย และทำได้ทุกวิถีทาง เพียงเพื่อกำจัดศัตรูการเมือง อาทิ เสนอนายก มาตรา 7 , บอยคอตไม่ลงเลือกตั้ง , สนับสนุนม็อบพันธมิตรขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง , สร้างวาทะกรรมใส่ร้ายสารพัดโดยไม่มีมูลความจริง(อาทิ ผลประโยชน์บ่อน้ำมันพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ที่มีการเสนอรางวัลให้นับสิบล้านบาท กับคนที่หาหลักฐานมาได้ .. เอวัง จนบัดนี้ก็ไม่มีใครไปขึ้นเงิน)

4.ได้พิสูจน์ว่า "ม็อบมีเส้น" นั้นมีจริง  เพราะทำผิดกฎหมายสารพัด แต่ยังไม่มีการตัดสินคดี แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายปี อาทิ ยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ , ยึดสถานีโทรทัศน์(มีอาวุธด้วย) , ยึดทำเนียบ พร้อมทั้งขโมยทรัพย์สินที่มีค่า รวมถึงการทำลายข้าวของเสียหาย , ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ , พกพาอาวุธทััง ปืน , มีด , หนังสติ๊ก , ระเบิดปิงปอง ฯลฯ(ค้นจากข่าวเก่าได้ มีการจับกุมหลายราย แต่หัวหน้าม็อบ แตะต้องไม่ได้)  สุดท้ายแกนนำก็ทะเลาะกัน ทั้งเรื่องเงิน เรื่องพรรคการเมืองใหม่ จนตอนนี้แทบไม่กล้าระดมพล กลัวผีหลอก(วังเวง...)

5.ได้รู้จัก "สลิ่ม" ที่ไม่ใช่ขนม แต่เป็นคนดัดจริตที่คิดว่าตัวเองรู้มาก เหนือกว่าคนอื่น(โดยเฉพาะคนจน คนชนบท คนการศึกษาต่ำ)  จริง ๆ มันก็พวกเสื้อเหลืองแปลงร่างนั่นแหละ พอเห็นว่าม็อบพันธมิตร ไปไม่ไหว  จะเปลี่ยนมาอยู่สีอื่นก็กระดาก งั้นกรูขอหลากสีแล้วกัน .... สลิ่ม !

6.ได้เห็นการล่มสลายของ "คนดี" ว่าแท้จริงแล้ว คนเหล่านี้เป็นอย่างไร อาทิ คนดีรุกป่าสงวน , คนดีโกงงบจัดอบรม , คนดีใช้งบหลวงพาลูกเที่ยว , คนดีเขียนจดหมายวิ่งเต้น ฯลฯ

7.ได้เห็นว่าสื่อกระแสหลัก ไม่ได้มีจุดยืนเคียงข้างประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ได้เห็นธาตุแท้ของพวกที่เรียกตัวเองว่า "สื่อสารมวลชน" 

8.ได้เห็นการพัฒนาการของสื่อทางเลือกที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิทยุชุมชน เว็บไซต์ เว็บบอร์ด วิทยุอินเตอร์เน็ต ทีวีอินเตอร์เน็ต ฯลฯ เพราะไม่สามารถจะพึ่งพา หรือหาความจริงได้จาก "สื่อสารมวลชน" และถือเป็นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพของคนที่ต่อต้านเผด็จการ

9.ได้เห็นการรัฐประหารรูปแบบใหม่ โดยองค์กรที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ซึ่งได้ทิ้งศักดิ์ศรีของตุลาการ ไปรับใช้อำนาจเผด็จการ เพราะได้ยอมรับการฉีกรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด(มีบทลงโทษผู้ทำรัฐประหารด้วย) และได้ประดิษฐ์คำใหม่ขึ้นมาว่า "รัฐาธิปัตย์"

10.ได้เห็นพลังของประชาชนที่ร่วมกันแสดงออกในการเลือกตั้งทั้งสองครั้ง ปี 50 และ 54 ว่าเขาปฏิเสธการรัฐประหารปี 49 นี่ถ้าไม่โดนหลอกเรื่องการรับ-ไม่รับ รัฐธรรมนูญ ปี 50  คงนับเป็นอีกครั้งได้

11.ได้เห็นว่าประชาธิปไตย ที่หลายคนไม่ชอบ นั้นดีกว่า ระบบเผด็จการ(ทั้งเปิดเผยและซ่อนรูป) เพราะอย่างน้อยคุณก็ยังแสดงความไม่ชอบได้อย่างเปิดเผย  ไม่ถูกยิง ไม่ถูกยัดข้อหา

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง หลายคนอาจนึกได้มากกว่านี้  แต่จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา 2 ครั้ง คงเป็นคำตอบให้กับ ผบ.ทบ. คนนี้และคนต่อ ๆ ไป ได้ทราบนะครับว่า รัฐประหาร 49 ควรเป็นครั้งสุดท้าย ... โปรดฟังอีกครั้ง(อย่ามีหัวไว้คั่นหู)

 

Visitors Counter

ตั้งแต่ 21 ก.ค. 54
TodayToday33
YesterdayYesterday148
This WeekThis Week907
This MonthThis Month2611
All DaysAll Days22504